ฮิวโก้ กับโอลด์ ไทม์ รีลิเจียน เจ็บปวด แต่งดงาม (และเต้นตามได้)

7 มิ.ย.

ฮิวโก้

เราหลายคนคงรู้ข่าวของ ฮิวโก้ จักรพงศ์ (ชื่อที่เขาใช้ในวงการเพลงต่างประเทศ) ซึ่งน่าจะเป็นศิลปินไทยคนแรก ที่ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง Roc Nation ในความดูแลของศิลปินใหญ่อย่าง เจย์-ซี แต่งเพลง Disappearให้นักร้องดังอย่าง บียอนเซ่ในอัลบั้ม “ไอ แอม… ซาช่า เฟียส” และก็ออกซิงเกิ้ลดีๆ อย่าง 99 Probblem และ Bread and Butter และไปปรากฏในหนัง No String Attach และซีรีส์ต่างประเทศ Entourage

และตอนนี้เขาก็มีอัลบั้มของตัวเองชื่อ โอลด์ ไทม์ รีลิเจียน (Old Tyme Religion) ซึ่งเข้าชาร์ตบิลบอร์ดฮีตซีกเกอร์อัลบั้ม ซึ่งเป็นชาร์ตของศิลปินหน้าใหม่โดยขึ้นถึงอันดับสิบ ซึ่งไม่น่าจะมีศิลปินที่เป็นคนไทยคนไหนทำได้มาก่อน

ก่อนหน้านี้เขาทิ้งวงดนตรีที่ตัวเองก่อตั้งขึ้นอย่าง “สิบล้อ” และออกเดินทางไปประเทศอังกฤษ เพื่อล่าฝันการเป็นศิลปินระดับโลก ซึ่งความฝันนั้นพังลงด้วยปัญหาหลายประการ เชื่อแน่ว่าคงมีคนรอหัวเราะเยาะเขาอยู่ที่ประเทศไทยไม่มากก็น้อย

โชคดีที่เขา “ดื้อ” พอและก็มีดวงอยู่บ้าง บวกกับความสามารถจริงๆ ที่ต้องบอกว่าความสำเร็จนี้ไม่ได้น่าแปลกใจ มันใช้เวลา และจ่ายไปความเจ็บปวดและผิดหวังมาแล้ว

“โอลด์ ไทม์ รีลิเจียน” เป็นส่วนผสมที่แปลกๆ แต่ไปด้วยกันได้ของดนตรีบลูส์ และฮาร์ดร็อค ยุค 70′s ซึ่งเป็นยุคที่เป็นจุดสูงสุดของงานเพลงในแนวนี้ มาผสมผสานกับความเป็นดนตรีเต้นรำแบบเบรกบีต หรือฮิพออพ ซึ่งใช้ส่วนผสมของกลองอิเล็กทรอนิกส์ หรือแซมปลิ้ง ที่อัดทับซ้อนกันจนได้บีตที่แน่นหนา แต่ขณะเดียวกันก็ไม่หลุดจากรูปแบบของซาวด์ดนตรีที่ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ และออกจะออแกนิกของดนตรียุค 70′s รวมไปถึงเสียงจากอนาล็อกซินธิไซเซอร์ หลบซ่อนอยู่ใต้เสียงเบสและกีตาร์ ซึ่งทำให้ได้สีสันแปลกใหม่แต่ไม่หลุดโทน ซ้ำยังทำให้ซาวด์ไม่เก่าไม่ใหม่ แต่ร่วมสมัย

ด้วยเพราะดนตรีบลูส์ และฮาร์ดร็อคนั้นไม่ได้ห่างไกลจากฮิพฮอพมากนัก เรียกว่าเป็นเครือญาติกัน และในวัฒนธรรมดนตรีฮิพฮอพ ซึ่งมีรากฐานมาจากวัฒนธรรมดีเจ การเอาเพลงเก่าๆ มาแซมปลิ้ง รีไซเคิล เป็นเพลงใหม่นั้นไม่แปลก ดนตรีที่เหล่าดีเจเอามาก็มาจากทั้งฟั้งก์/โซล บลูส์ ฮาร์ดร็อค หรืออะไรก็ได้ ในยุค 70′s นั่นเองเพิ่งมามียุคหลังๆ ที่ดีเจฮิพฮอพเริ่มสร้างเสียงขึ้นเฉพาะของตัวเอง โอกาสที่มันจะเข้ากันได้ดีก็ไม่ใช่เรื่องยาก

อย่างไรก็ตาม ดนตรีของฮิวโก้เลยกลายเป็นการรวมดนตรีผิวดำ และผิวขาวเข้าด้วยกันหลังจากที่เดินแยกกันไป เมื่อบลูส์กลายเป็นร็อคของคนขาว และกลายเป็นฟั้งก์/โซล กับฮิพฮอพของคนดำ โดยย้อนกลับไปหารากเหง้าเดิมๆ ตรงรอยต่อและเก็บรักษาข้อดีอย่างละนิดละหน่อยของดนตรีแต่ละแบบไว้

ฮิวโก้เคยให้สัมภาษณ์ไว้เองว่า ที่มีส่วนผสมของความเป็นดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเพราะว่า ตอนเขาทำงานอัลบั้มอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ที่สุดท้ายไม่ได้ออกนั้น ค่อนข้างจำกัดในด้านทุน โอกาสที่จะหามือกลองมาอัดและเช่าห้องอัดเป็นเรื่องยากเขาเลยใช้ ดรัมแมชชีน ซึ่งปกติเป็นอาวุธประจำตัวของเหล่าดีเจฮิพฮอพแทน ในดนตรีฮาร์ดร็อค และคันทรี ของตัวเอง

แน่นอนว่าความบังเอิญดังกล่าวถูกนำมาพัฒนาต่อไปอีกยามอยู่ในมือของโปรดิวเซอร์ฮิพฮอพอย่าง เดฟ แมคคราเคน

เพลงที่สะท้อนสิ่งที่ว่ามาอย่าง Old Tyme Religion ที่แซมปลิ้งหนักหนาตั้งแต่เสียงร้องในท่อนอินโทร และเสียงร้องสั้นๆ รวมไปถึงบีตกลองซึ่งยังคมชัดตลอดทั้งเพลง แต่ให้กลิ่นของดนตรียุค 70′s ด้วยเสียงแตกพร่าของกีตาร์ไฟฟ้าที่ส่งสำเนียงบลูส์จ๋า กับแฮมมอนออร์แกน เรื่องราวมืดหม่นของความรุนแรง ยากแค้น และความตาย

Rock “N” Roll Delight กับ Hopelessly Stoned ก็ชัดเจนที่สุดในการเผยว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในซาวด์ดนตรีเหมือนเก่าของฮิวโก้ ทั้งสองเพลงมีเสียง ซินธิไซเซอร์ห่อหุ้มประคับประคองการเคลื่อนที่ของเพลง โดยเฉพาะ Hopelessly Stoned นั้นแทบจะเป็นฮิพฮอพสมัยใหม่ด้วยซ้ำ ติดแต่ว่าริฟกีตาร์สุดเก๋า และการร้องของฮิวโก้นั้นยืนยันหนักแน่นในความเป็นบลูส์ของตัวเองอย่างแน่นหนา

สิ่งหนึ่งในความน่าสนใจของฮิวโก้ คือสิ่งที่เขาพูดและคิดผ่านบทเพลงออกมา

99 Problem เพลงเก่าของเจซี ที่ถูกเอามายำจนกลายเป็นบลูส์ที่จี๊ดจ๊าดด้วยเสียงแบนโจแบบบลูกลาส และชัฟเฟิลบีตที่หนักแน่น

ฮิวโก้เอาเพลงนี้มาใส่เนื้อร้องใหม่ โดยยังคงท่อนฮุกไว้ตามเดิม ซึ่งแต่เดิมนั้น 99 Problem นั้นพูดถึงชีวิตคนผิวดำบนท้องถนน การกดขี่และความรุนแรงที่ต้องพบเจออยู่ทุกวัน แน่นอนคนอย่างฮิวโก้ไม่มีทางร้องอะไรแบบนั้นออกมาให้คนเชื่อได้

แต่สิ่งที่ฮิวโก้ใส่ลงไปกลับเป็นเรื่องราวธรรมดาที่ทุกคนสัมผัสได้ของชีวิตมนุษย์ อย่างการต้องตัดสินใจหลายเรื่องมากมายในชีวิต ที่ก็เต็มไปความหวาดหวั่นสามัญที่มนุษย์ทุกคนเจอ อยากจะผ่านพ้นออกไปและภาวนาไม่ให้ตัวเองตัดสินใจอะไรเลวๆ ลงไป

Hurt Make It Beautiful ก็แสดงถึงความเป็นนักแต่งเพลงที่มีฝีมือของฮิวโก้ ซึ่งเอาเรื่องความรักมาพูดแบบหวานๆ แต่ไม่เลี่ยนได้อย่างน่าประหลาด เมื่อพูดถึงความรักในแง่มุมที่ไม่สวยงาม และด้านตรงข้ามที่สะท้อนถึงกัน อย่างเพราะรักจึงให้อภัย และความรักบางทีทำให้เจ็บปวดแต่เพราะแบบนั้นมันจึงสวยงามและมีคุณค่า

Differrent Lives ก็พูดถึงชีวิตส่วนตัวของเขาเอง ยามที่ผิดหวังจากการไปทำอัลบั้มเพลงสากลครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษ ยามที่ตกต่ำที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตเขาเอง ความห่างไกลกับคนรักที่อยู่กันคนละประเทศมีชีวิตที่แตกต่างกัน และ ความไม่แน่นอนในชีวิต ความรู้สึกซึ่งหลั่งไหลพลั่งพรูออกมาจนล้นในบทเพลง

นอกจากนี้ก็มีเพลงที่ดีมากอย่าง Wake Alone ซึ่งพูดถึงความเหงา และชีวิตซึ่งว่างเปล่า ซึ่งเพลงนี้เป็นผลจากความผิดหวังตอนทำอัลบั้มที่อังกฤษเช่นกัน Bread and Butter ซึ่งถูกใช้ประกอบซีรีส์ทางโทรทัศน์ของอเมริกา ตัวเพลงนั้นคงความเป็นบลูส์และฮาร์ดร็อคตามสไตล์กับบีตคมชัด กับกีตาร์ดิสทรอชั่นเร้าอารมณ์ Mekong River Delta และสายลม (Sai Lom) ซึ่งเป็นเพลงเก่าจากอัลบั้มที่ล้มเหลวที่ประเทศอังกฤษ

สิ่งที่น่าแปลกใจอย่างหนึ่งก็คือ ตอนที่ฮิวโก้ทำวงสิบล้อซึ่งออกกับสังกัดวอร์เนอร์ มิวสิคประเทศไทยนั้น งานของเขาไม่ได้ดีหรือหวือหวาอะไรนัก โดยเฉพาะในด้านของดนตรีนั้นไม่ได้น่าสนใจเลย เป็นเพียงการเดินตามรอยวงดนตรีเพื่อชีวิตรุ่นก่อนอย่างคาราบาว และมุ่งหน้าเข้าหาดนตรีอย่างเซาเทิร์นร็อค และ คันทรี ซึ่งดูจะตกยุคไปแล้วเท่านั้น แม้ว่าความคิดที่ใส่ในเพลงของเขามันจะ แหลมคมอยู่ไม่น้อย

แต่สิ่งที่ปรากฏในอัลบั้มโอลด์ ไทม์ รีลิเจียน นั้นบ่งบอกถึงพัฒนาการด้านดนตรีของเขาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเสียงร้อง และดนตรีซึ่งสามารถลงมารับใช้เนื้อหาที่เขาเขียนได้เป็นอย่างดี ซ้ำยังเก็บตัวตนด้านความเป็นบลูส์ และคันทรี เอาไว้ได้ดีด้วยและไม่ล้าสมัยเลย

เอาเข้าจริงก็น่าสงสัยว่า ถ้าฮิวโก้ยังอยู่เมืองไทยชีวิตเขาจะเป็นยังไง ดาราไฮโซ รูปหล่อที่คนบอกว่าแกล้งเซอร์ แล้วทำอะไรก็มีคนชอบเพราะว่าเขาหน้าตาดี มีชาติตระกูล โดยไม่รู้ว่างานเขาที่แท้แล้วมันดีหรือเลวแบบไหน แล้วก็ถูกกลุ่มแอนตี้ เก็บเอามาเม้าธ์ในอินเตอร์เน็ต ลงหนังสือกอสซิปเรื่องแยกทางกับภรรยา (แม้ว่ามันจะไม่จริง) นานๆ ก็เล่นละครเล่นหนังสักที แล้วอาจจะหายไปแบบดาราเก่าๆ ทั้งที่ยังอายุไม่เยอะ

การออกไปเรียนรู้โลกกว้างไปในที่ที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใครดูจะส่งผลดีกับเขามากกว่าอยู่เมืองไทย รวมถึงความผิดหวังจากความพยายามครั้งแรกก็เหมือนจะทำให้เขาเติบโตเป็นอย่างยิ่ง แหลมคมขึ้นเป็นอย่างยิ่ง และยิ่งโชคดีที่เขายังดื้อดึงพอที่จะพยายามทำงานต่อไป

จริงแล้วไม่น่าแปลกใจ ถ้านักวิจารณ์ในต่างประเทศจะบอกว่านี่เป็นอัลบั้มที่ดีมากอัลบั้มหนึ่งในปีนี้ เพราะมันถึงพร้อมด้วยความแปลกใหม่ในงานดนตรี ขณะเดียวกันก็มีแง่มุมและเนื้อหาเรื่องราวข้างใน

แน่นอนว่านี่ยังไม่ใช่จุดสูงสุดของฮิวโก้อย่างแน่นอน มันกำลังเริ่มต้นขึ้น มันน่าสนุกที่จะเห็นงานของเขาเติบโตขึ้น ได้เห็นความคิดของเขาผ่านบทเพลง

และถ้าเขาล้มคว่ำอีกสักครั้งสองครั้ง โดยที่ยังรักษาความดื้อรั้นของตัวเองในวัยหนุ่มไว้ได้ ก็น่าสนุกมากที่เราจะได้ติดตามผลงานของเขาตอนพยายามลุกขึ้น

ความเจ็บปวดและล้มเหลวมักจะสวยงามเสมอเมื่อมันตามมาด้วยความสำเร็จ

หน้า 24,มติชนรายวัน ฉบับวันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2554 

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “ฮิวโก้ กับโอลด์ ไทม์ รีลิเจียน เจ็บปวด แต่งดงาม (และเต้นตามได้)”

  1. tttt 23 มิถุนายน 2011 ที่ 23:13 #

    คุณฮิวโก้ หล่อมากกกกกกกกก กรี๊ดดดดดดดดด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: