กระแสละครไทยในประเทศจีน (คอลัมน์คลื่นบูรพา) ฉบับวันที่ 03 สิงหาคม พ.ศ. 2554

4 ส.ค.

คอลัมน์ คลื่นบูรพา: T-POP ในประเทศจีน

สยามรัฐ ฉบับวันที่ 03 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ชุดโครงการวิจัยจีนศึกษา สกว. พรชัย ตระกูลวรานนท์

เมื่อวันอังคารสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากปั่นต้นฉบับ “คลื่นบูรพา“ส่งกองบรรณาธิการเสร็จ ผมก็ขับรถตรงไปสุวรรณภูมิจับเครื่องบินไปปักกิ่งตอนก่อนเพล ไม่ได้หนีไปเที่ยวที่ไหนหรอกครับ แต่เป็นการไปราชการเกี่ยวกับการประสานงานโครงการวิจัยที่ผมรับผิดชอบอยู่ อีกทั้งในโอกาสเดียวกัน ทางสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่งร่วมกับสื่อมวลชนจีน ก็ถือโอกาสเชิญให้ไปคุยเรื่องการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง 2011 ไปครั้งนี้ถือว่าได้งานได้การครบถ้วนแม้จะอยู่เพียงแค่ 2-3 วัน เพราะหลังจากเสร็จธุระที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งแล้ว ก็ยังได้มีโอกาสไปเยี่ยมสำนักงานตัวแทนธนาคารแห่งประเทศไทย ที่กำลังจัดตั้งเตรียมความพร้อมของสถานที่ สุกดิบใกล้จะเปิดทำการในเร็วๆ นี้ ก่อนกลับก็ยังได้ไปเยี่ยมมหาวิทยาลัยชิงหัว และแวะไปเยียมพร้อมทั้งให้สัมภาษณ์ที่สถานีวิทยุ CRI ภาคภาษาไทย (China Radio International หรือวิทยุเสียงปักกิ่ง ที่เรารู้จักกันแต่เดิม ปีนี้ครบรอบ70 ปีแล้ว) เป็นที่สนุกสนานและเป็นกันเองอย่างยิ่ง

          เรื่องที่ผมจะชวนท่านผู้อ่านที่รักพูดคุยในสัปดาห์นี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรายละเอียดการไปราชการของผมหรอกครับ และก็ไม่ได้เป็นประเด็นข่าวสำคัญประจำสัปดาห์ของประเทศจีนเขา แต่เป็นผลพลอยได้จากการไปปักกิ่งคราวนี้ กล่าวคือหลังจากการบรรยายที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งเสร็จสิ้นลง ทางผู้จัดฝ่ายมหาวิทยาลัยพาไปเลี้ยงข้าวเที่ยงพร้อมๆกับบรรดาสื่อมวลชนที่มา ระหว่างการทานอาหารเที่ยง ก็มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยเรื่องสัพเพเหระว่าไปตามเรื่อง โดยทั่วไปก็เกี่ยวข้องกับนครปักกิ่งและความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศจีน หนึ่งในเรื่องราวที่คุยกัน เป็นความรู้ใหม่มากสำหรับผม คือผู้สื่อข่าวท่านหนึ่งได้ตั้งประเด็นขึ้นมาในวงกินข้าว ว่าตอนนี้กระแสนิยมละครทีวีไทยกำลังมาแรงมากในประเทศจีน ถึงขนาดว่ามีการวิเคราะห์วิจารณ์กันในสื่อบันเทิงของจีนว่าระดับความนิยม (T-POP หรือThai Pop Culture) อาจแซงหน้ากระแสละครและภาพยนตร์เกาหลี (K-POP) ในเวลาอันใกล้นี้ ผมเองก็เคยได้ทราบข่าวและมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องเล็กๆ เมื่อปีสองปีมาแล้ว ว่ามีการเจรจาขอซื้อละครทีวีจากประเทศไทย ไปฉายออกอากาศในทีวีดาวเทียมของจีน 2-3 เรื่อง แต่ไม่เคยรับทราบมาก่อนว่า ในเวลาเพียงสองปีกว่าๆ ละครไทยจะไปฮิตติดจอในจีนได้ขนาดนี้ ผู้สื่อข่าวจีนท่านเดียวกันยังได้บอกให้ผมทราบว่าเวลานี้มีการจัดตั้งกลุ่มแฟนคลับดาราดังของไทยทั้งชายทั้งหญิงจำนวนมากในประเทศจีน ทั้งที่เป็นกลุ่มแฟนคลับมาตรฐานมีการจัดทำเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกอย่างเป็นเรื่องเป็นราว หรือประเภทที่เป็นกลุ่มเป็นชมรมพากันมาเที่ยวมากรี๊ดดาราถึงเมืองไทยก็มี ส่งผลให้อะไรต่อมิอะไรที่เกี่ยวกับประเทศไทยก็เลยพลอยดังไปด้วย โดยเฉพาะอาหารไทย และโรงเรียนสอนภาษาไทย (ประการหลังนี้ ท่านอาจารย์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่งก็ยืนยันว่าจริง)

          หลังจากรับฟังข่าวสารว่าด้วยความดังของกระแส T-POP มาแล้วผมก็เลยอยู่ไม่เป็นสุข รู้สึกอยากจะสืบเสาะต่อ เท่าที่ค้นดูจากเว็บไซต์ต่างๆของจีน ดูเหมือนแนวโน้มกระแสนิยมแรงจริงอย่างที่รับฟังมา หากประเมินผ่านสายตาของนักวิเคราะห์ในแวดวงสื่อสายบันเทิงของจีน ดูเหมือนปัจจัยหลักๆที่ส่งผลดีต่อละครทีวีของไทย น่าจะแยกแยะอธิบายได้สองสามทางด้วยกัน ประการที่หนึ่ง ละครทีวีไทยรุ่นบุกเบิกที่เข้าไปในประเทศจีน เช่น”เลือดขัตติยา” เป็นการเข้าไปทำตลาดชิมลางที่ถูกจังหวะ เพราะเป็นช่วงที่ผู้ชมหรือแฟนละครทีวีส่วนมากกำลังเบื่อและเลี่ยนละครซีรี่ส์จากเกาหลีเต็มที กล่าวคือผู้ซื้อทางจีน จงใจที่จะหาแหล่งผลิตละครทีวีใหม่ๆ เข้าไปเป็นทางเลือกให้ผู้ชมละครในประเทศจีน ตามมาด้วยระลอกที่สองของละครทีวีเช่น “แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา” “บ่วงรักกามเทพ” “แก้วล้อมเพชร” ฯลฯเหล่านี้ก็เข้าไปเสริมฐานผู้ชมทีวีจีนตามมณฑลต่างๆให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น จนในตอนนี้แม้ช่องทีวีระดับชาติของจีนเองอย่าง CCTV เองก็ยังต้องลงมานำเข้าละครทีวีไทย เพื่อไปรักษาฐานกลุ่มผู้ชมของเขา ประการที่สอง ดารานำชายหญิงในละครทีวีไทยเรา ไม่ว่าจะเป็น เคน ธีรเดช, ติ๊ก เจษฎาภรณ์, แอฟทักษอร, ป้อง ณวัฒน์, บี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว, อ้อม พิยดา, อั้ม อธิชาติ, บีน้ำทิพย์, แป้ง อรจิรา ฯลฯ ดูจะมีเสน่ห์ตรงสเปกของบรรดาป้าๆ เจ๊ๆ หมวยๆอาตี๋ อาเฮียทั้งหลายในประเทศจีน ดาราสาวก็ทำนองเดียวกัน จะด้วยความละม้ายรับกันได้ทางวัฒนธรรม หรือเพราะสเปกมาตรฐานความสวยความหล่ออยู่ในวิถีเดียวกันก็ไม่ทราบ ทราบแต่ว่าในสายตาของผู้ชมจีน ดาราเราหล่อและสวยรับได้ง่ายกว่าของเกาหลี ประการที่สาม ผู้ชมละครทีวีชาวจีนจำนวนมาก เคยมีประสบการณ์เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งโดยตรงหรือโดยผ่านการบอกเล่าของพรรคพวกญาติพี่น้อง ทำให้ละครทีวีไทยหรือสินค้าอื่นๆของไทย ไม่เป็นเรื่องแปลกหน้าที่ต้องใช้เวลาในการทำตลาดยาวนานเหมือนอย่างของจากประเทศอื่นๆ โดยเปรียบเทียบแล้วคนจีนนิยมที่จะเลือกเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากกว่าเพราะค่าใช้จ่ายถูกกว่าการจะเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นหรือเกาหลี

          ในวงสนทนา ผมยังได้รับทราบว่า เวลานี้มีนักธุรกิจจำนวนหนึ่งแสดงความจำนงจะเข้ามาขอร่วมทุนกับผู้ผลิตผู้กำกับไทยรุ่นใหม่ (นอกเหนือไปจากค่ายหลักๆ อย่างช่อง 3 ช่อง 7 ค่ายเอ็กแซ็กท์) เพื่อเพิ่มจำนวนละครที่จะส่งเข้าไปฉายในประเทศจีน แต่ปัญหาหลักคือไม่รู้จะไปติดต่อกับใครหรือหน่วยงานไหน ผมเองก็ไม่ถนัดจะเป็นนายหน้าจับคู่ธุรกิจ เรื่องแบบนี้จังหวะกำลังดี ใครที่มีหน้าที่หรือใครที่อยู่ในแวดวงนี้คงทราบดีกว่าผมว่าควรจะต้องเร่งทำอะไรและอย่างไร ผมเองไม่มั่นใจว่าฐานผู้ชมที่ติดละครทีวีไทยมีเท่าไรในประเทศจีน แต่กระแสนิยมที่ว่ามานี้คงไม่ใช่เล็กๆ ที่สำคัญอาจฉุดเอาสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมอื่นๆ ของไทยให้ดังไปด้วย เหมือนอย่างที่ญี่ปุ่นและเกาหลีเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว

***************************************************************************************

ข่าวเคลื่อนไหวภาพยนตร์ไทยในจีน

วธ.ชงรมต.วัฒนธรรมใหม่เพิ่มงบเปิดตลาดหนังไทยในจีน

นายปรารพ เหล่าวานิช รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลชุดใหม่กำลังจัดตั้งคณะรัฐมนตรี วธ.จึงได้ศึกษาแนวทางการบริหารงานของรัฐบาลมีแนวโน้มเน้นดูแลด้านเศรษฐกิจ ดังนั้น งานด้านวัฒนธรรมจำเป็นต้องปรับแนวคิดให้สอดคล้องกัน โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณปี 2555 ที่รัฐบาลเดิมขอไว้ที่ 5,500 ล้านบาท อาจจะมีการปรับของบเพิ่มขึ้น เช่น ในส่วนของการบูรณะโบราณสถาน โครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์

เนื่องจากขณะนี้ได้จัดตั้งกองทุนภาพยนตร์เรียบร้อยแล้ว หากมีงบเข้ามาจะสามารถผลักดันงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากที่ตนได้นำผู้บริหารร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำปี 2554 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากคนจีนอย่างล้นหลาม แสดงให้เห็นว่าวงการภาพยนตร์ไทย ดารานักแสดงเป็นที่รู้จัก

“แต่โอกาสที่ไทยจะนำภาพยนตร์ไปฉายที่ประเทศจีนยังมีน้อย หากสามารถมีโครงการร่วมทุนระหว่างไทยจีนได้จะเป็นการเปิดตลาดภาพยนตร์ไทยครั้งใหญ่ เพราะประเทศจีนมีโรงภาพยนตร์หลายพันโรงและผู้ชมเป็นจำนวนมาก เราจะทำอย่างไรให้ภาพยนตร์ไทยเปิดตลาดที่ประเทศจีนได้ สิ่งที่สำคัญคือไทยต้องมีส่วนร่วมในงานเทศกาลภาพยนตร์ใหญ่ๆ ในประเทศจีน คิดแล้วคุ้มเสียเงินไม่มาก เราจะสามารถขยายตลาดภาพยนตร์ไทยได้ เป็นการบ้านที่อยากจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมคนใหม่ช่วยผลักดันร่วมกับภาคเอกชน หากทางวธ.ได้รับงบประมาณกองทุนภาพยนตร์ จะนำมาสนับสนุนทุกด้าน ทั้งการสร้างภาพยนตร์คุณภาพ ภาพยนตร์อินดี้ ภาพยนตร์ที่ไม่ทำเงิน แต่สร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ รวมไปถึงการอบรมบุคคลากรด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวงการภาพยนตร์ด้วย”รองปลัด วธ. กล่าว

ที่มา คมชัดลึก

********************************************************************************************

จากคลิปนี้

กระแสละครไทยและหนังไทยในต่างประเทศมีผลต่อการท่องเที่ยวไทย

หน่วยงานของรัฐและเอกชนควรร่วมกันวางแผนและนโยบาย ให้กระแสที่เกิดขึ้นไปในทิศทางที่ถูกต้องและยั่งยืน

เครดิต youtube: PongNawatFC

 

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “กระแสละครไทยในประเทศจีน (คอลัมน์คลื่นบูรพา) ฉบับวันที่ 03 สิงหาคม พ.ศ. 2554”

  1. anantalaibiethestar28 5 สิงหาคม 2011 ที่ 15:50 #

    เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ทางหน่วยงานรัฐ จะต้องเข้ามาดูแลและวางแผนระบบมากขึ้น เพื่อที่จะผลักดันวงการการบันเทิงไทย ทั้งละคร ภาพยนตร์ เพลง รวมทั้งสื่อโทรทัศน์อื่นๆ เพราะเรามีของดีอยู่แล้ว และคนในวงการบันเทิงไทยก็มีความสามรถเทียบเท่าระดับนานาชาติได้สบายๆ จากการได้รับรางวัลจากเทศกาลต่างๆ ในต่างประเทศ ขาดก็แต่การผลักดันของรัฐนี่แหละที่ต้องวางแผนปูลู่ทางไว้ให้ดี ถ้าทำได้รับรองว่ารายได้จะเข้าประเทศได้อย่างมหาศาล และจะทำให้การท่องเที่ยวในไทยเฟื่องฟูโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาโปรโมทเหมือนอย่างเมื่อก่อน เพราะมันจะมาจากสื่อบันเทิงที่เป็นตัวปูทาง เหมือนที่เกาหลีใต้ทำสำเร็จมาแล้ว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: